♦️‘แม็คโคร โลตัส’ ผนึกภาครัฐ เอกชน เปิดแอปรับซื้อตรงหน้าสวนกว่า 3 5 หมื่นล
May 9, 2026•Channel
AI Analysis
Data from YouTube Data API v3•Updated Just now
Video Overview
Video Details
Published1 month ago
Duration7:51
Video IDFT22LkJjvEE
Languageth
CategoryEntertainment
PrivacyPublic
Made for KidsNo
Video TypeRegular Video
Performance Metrics
Views18
Likes1
Comments0
Engagement Rate5.56%
Likes per 100 views5.56
Comments per 1K views0.00
Description
♦️‘แม็คโคร-โลตัส’ ผนึกภาครัฐ-เอกชน
เปิดแอปรับซื้อตรงหน้าสวนกว่า 3.5 หมื่นล.
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” จับมือร่วมกับ 3 กรมฯ & หอการค้าไทย เปิดตัว “AXTRA AGRI-CONNEXT” แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ส่งตรงถึงหน้าสวน รับจำหน่ายผลผลิตผ่าน “แม็คโคร–โลตัส” เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ ตลาดสมัยใหม่ ช่วยเกษตรกร ปี 2569 ตั้งเป้ารับซื้อสินค้าเกษตร 30,000 ตัน มูลค่ากว่า 35,000 ล้าน.สร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจฐานราก
คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการนี้ ว่า “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” เชื่อว่า ‘โอกาสที่ดี’ ควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม จึงพัฒนา ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ ระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ซับซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกิจ และสร้างโอกาสได้จริง โดยแพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงเกษตรกรสู่โมเดิร์นเทรดอย่างไร้รอยต่อ เปิดทางนำเสนอสินค้าเข้าสู่ makro และ Lotus’s ได้โดยตรง ช่วยลดช่องว่างตลาดและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนตั้งแต่การอบรมและพัฒนาสินค้า คัดเลือกสินค้า ไปจนถึงโอกาสในการจำหน่าย”
ด้าน คุณจิราวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า “กรมการค้าภายใน มีบทบาทสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า และสร้างความเป็นธรรมในระบบตลาด โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ความท้าทายสำคัญ คือ การทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรงมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับผู้ผลิต “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ ทั้งในรูปแบบค้าปลีกและช่องทางดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สินค้าเกษตรมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ราคามีความเหมาะสมและเป็นธรรม ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้ง่ายขึ้น กรมการค้าภายใน พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบตลาดมีความโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายและเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรไทยในอนาคต”
ขณะที่ คุณวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า “ภารกิจสำคัญของ กรมส่งเสริมการเกษตร คือ การพัฒนาเกษตรกรไทยให้ผลิตได้อย่างมีคุณภาพ และขายได้อย่างมีมูลค่า ที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการวางแผนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรก้าวสู่การเป็น Smart Farmer สามารถผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การผลิต คือ การเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า โดยการสนับสนุนฐานข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าผ่านระบบ i-Trace (Traceability System) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร เพียงสแกน QR Code บนสินค้า ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มา สายพันธุ์ มาตรฐานการผลิต สถานที่ปลูก ไปจนถึงข้อมูลโภชนาการได้
ด้าน คุณภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองว่า “สหกรณ์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการรวมพลังของเกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านการผลิตและคุณภาพสินค้า ด้วยการจัดตั้งโรงแพ็คสินค้าที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการบริหารจัดการด้านตลาด ทำให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตได้ในปริมาณที่ตลาดต้องการ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพสหกรณ์ในการเข้าถึงตลาดสมัยใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า พร้อมผลักดันให้สหกรณ์ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในห่วงโซ่อุปทาน”
ขณะที่ คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) ระบุว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจำหน่าย พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer เข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด ช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME สามารถเข้าถึงตลาด ต่อยอดธุรกิจ และขยายโอกาสสู่ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนในทุกภาคส่วน”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นศูนย์รวมเกษตรกรและ SME ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้และการอบรมเกษตรกร เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าและกิจกรรม Business Matching ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยในปี 2569 ตั้งเป้ารับซื้อสินค้าเกษตร 30,000 ตัน มูลค่ารับซื้อ 35,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
#CPAXTRA #makroxLotuss
#แพลตฟอร์มแห่งโอกาส
#AXTRAAGRICONNEXT #PlatformofOpportunity
ฝากติดตามช่องยูทูป INTV Thai ด้วยค่ะ
เว็บไซต์ www.intvthai.com