กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปูพรมตรวจนอมินีภูเก็ต - กระบี่ ลุยตรวจ 66 บริษัท พัวพันถือครองที่ดินอำพราง

Jun 21, 2026Channel
AI Analysis
Data from YouTube Data API v3Updated Just now
INTV Thai
INTV Thai

44.3K subscribers

View Channel

Video Overview

Video Details

Published1 day ago
Duration2:04
Video IDQllHVut-uQ0
Languageth
CategoryEntertainment
PrivacyPublic
Made for KidsNo
Video TypeRegular Video

Performance Metrics

Views193
Likes3
Comments0
Engagement Rate1.55%
Likes per 100 views1.55
Comments per 1K views0.00

Description

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปูพรมตรวจนอมินีภูเก็ต - กระบี่ ลุยตรวจ 66 บริษัท พัวพันถือครองที่ดินอำพราง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยเป็นนอมินีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ พบบริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวรวม 66 ราย เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าพันล้านบาท พร้อมสนับสนุนพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันเดินหน้าปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางธุรกิจและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ตนพร้อมด้วยหม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมสนับสนุนตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงินแบบเชิงลึก ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ได้ร่วมกับพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนจากกรมที่ดิน ผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ทั้งสองจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการของ สตช. ‘ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน’ เพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ผลการปฏิบัติการในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย โดยมีจำนวนที่ดิน 4 แปลง จำนวนกว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท โดยจุดที่กรมฯ ได้ร่วมตรวจค้นเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ซึ่งจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2562 ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเคยประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยวเนื่องกระทำผิดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการ จากการตรวจสอบพบว่ากรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัทมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 3 บริษัท และเป็นกรรมการ 5 บริษัท โดยผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าถือหุ้นแทนคนอิสราเอล และยังพบว่ามีบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา ใช้ที่ตั้งแห่งเดียวกันในการประกอบกิจการด้วย สำหรับจังหวัดกระบี่ พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17 แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน 8 แปลง จำนวนกว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท” “นอกจากนี้ การตรวจสอบยังพบกรณีสำคัญอีกหลายประเด็น อาทิ การตรวจพบบริษัททรอปิคอลเฮาส์ฯ ประกอบธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่า โครงการตั้งอยู่ในทำเลทองในจังหวัดกระบี่ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริงบริษัทดังกล่าว มีผู้บริหารและควบคุมกิจการโดยชาวต่างชาติ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยเชื่อว่าคนไทยไม่ได้มีการลงทุนจริง และ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่หาลูกค้าที่เป็นรีสอร์ทเพื่อหาสมาชิกของกลุ่มลับเฉพาะในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่นิยมไม่สวมใส่เสื้อผ้าในกิจกรรมกลางแจ้งภายในรีสอร์ทและหาดทรายแบบมีความเป็นส่วนตัว โดยกรรมการเป็นคนไทยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ลงทุนจริงแม้ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวจะมีคนไทยถือหุ้น 100% เพราะบริษัทมีความผิดปกติหลายๆ ประเด็นที่ทำให้น่าเชื่อว่าเป็นนอมินี” ฝากติดตามช่องยูทูป INTV Thai ด้วยค่ะ เว็บไซต์ www.intvthai.com

Related Videos

More videos from INTV Thai