ep.1316 ต้นกำเนิดของพระปรมาภิไธยที่ต่างกันไปของ” พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย รัชกาลที่ 2
Feb 26, 2026•Channel
AI Analysis
Data from YouTube Data API v3•Updated Just now
Video Overview
Video Details
Published3 months ago
Duration1:01
Video IDT0Sw1WMI7ic
Languageth
CategoryTravel & Events
PrivacyPublic
Made for KidsNo
Video TypeYouTube Short
Performance Metrics
Views0
Likes0
Comments0
Description
“ครั้นเมื่อสมเด็จบรมกษัตริยาธิราชผู้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จนิพพาน เสวยวิมุตติสู่สวรรคาลัยแล้วนั้น พระราชบัลลังก์อันเป็นมหามงคลแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ มิได้ว่างเว้นช้านาน กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ผู้ทรงพระเกียรติยศเป็นสมเด็จพระรัชทายาท ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ในทันที พร้อมทรงพระนามชั่วคราวว่า“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรสถานมงคล”อันเป็นเยี่ยงอย่างราชประเพณีซึ่งต่อมาจึงถือเป็นแบบแผนสืบไปว่า พระมหากษัตริย์ผู้ยังมิได้ผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น พึงทรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” หาใช่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ไม่ จวบกาลต้องราชพิธีสมโภชพระมหามงกุฎจึงเฉลิมพระเกียรติยศโดยสมบูรณ์ครั้นกาลบรมราชาภิเษกบังเกิดแล้ว พระองค์จึงทรงพระปรมาภิไธยอันพิสดารตามโบราณราชประเพณีว่า…“ พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรา ธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศ โลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ”ซึ่งถ้อยคำทั้งสิ้นล้วนต้องตรงตามพระปรมาภิไธยแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถทุกอักษร เพราะในครั้งกระนั้นยังมิได้มีราชนิยมให้แยกพระปรมาภิไธยต่างกันตามรัชกาลต่อมาในพระราชกำหนดว่าด้วยการสักเลขไพร่พล ได้ขานพระนามอย่างสังเขปว่า…“ พระบาทสมเด็จพระบรมธรรมิกราชา นราธิบดี ศรีสุริยวงษ์ องคราเมศวรราช บรมนารถบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว…”และในพระราชกำหนดห้ามมิให้สูบและซื้อขายฝิ่น ได้ขานพระนามว่า…“ พระบาทสมเด็จพระบรมธรรมิกราชาธิบดี ศรีวิสุทธิคุณ วิบุลยปรีชา ฤทธิราเมศวรราช บรมนารถบรมพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว…”อันสะท้อนพระราชจริยวัตรแห่งธรรมิกราช ผู้ทรงห่วงใยในศีลธรรมและความผาสุกแห่งไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินครั้นล่วงมาถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกพระนามรัชกาลที่ ๒ ว่า…“พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย”ตามพระนามพระพุทธรูปซึ่งทรงสร้างอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา ครั้นถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนสร้อยพระนามเป็น “นภาลัย” และเฉลิมพระปรมาภิไธยใหม่ให้วิจิตรพิสดารยิ่งขึ้นว่า“ พระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษเชษมเหศวรสุนทร ไตรเสวตรคชาดิศรมหาสวามินทร์ สยารัษฎินทรวโรดม บรมจักรพรรดิราช พิลาศธาดาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระพุทธเลิศหล้านภาไลย…”ลุถึงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๕๙ ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยโดยสังเขปให้กระชับสมพระเกียรติว่า“ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ”ดังนี้ พระนามแห่งพระมหากษัตริยาธิราช ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระทุติยจักรีบรมนาถแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จึงดำรงสถิตในประวัติศาสตร์นับแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยพระเกียรติคุณอันเรืองรอง ทั้งในพระราชประเพณี พระราชพิธี และพระราชบัญญัติ อันเป็นมูลรากแห่งระเบียบราชสำนักตราบจนกาลปัจจุบัน…อ้างอิง : พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๒, Wikipedia เรียบเรียงคำ : Peter Pongsathon #พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย#กรุงรัตนโกสินทร์#ไปไหนก็เล่า#peter_pongsathon