กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังภาคเอกชนยืนยันซัปพลายเม็ดพลาสติกเพียงพอไม่กระทบภาคอุตสาหกรรม

Mar 29, 2026Channel
AI Analysis
Data from YouTube Data API v3Updated Just now

Video Overview

Video Details

Published2 months ago
Duration1:28
Video IDngIBvFUUjsA
Languageth
CategoryNews & Politics
PrivacyPublic
Made for KidsNo
Video TypeYouTube Short

Performance Metrics

Views223
Likes3
Comments1
Engagement Rate1.79%
Likes per 100 views1.35
Comments per 1K views4.48

Description

กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังภาคเอกชนยืนยันซัปพลายเม็ดพลาสติกเพียงพอไม่กระทบภาคอุตสาหกรรม #tvstreaming #https://www.aectv1.com/blog/ วันที่ (27 มีนาคม 2569) - กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคเอกชนผู้ผลิตปิโตรเคมี จัดงาน “เชื่อม Supply ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้” ณ Enterprise Hall อาคาร EnCo Terminal (EnTer) ถนน วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เพื่ออัปเดตสถานการณ์ปิโตรเคมีไทย รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ใช้ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดร. วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมด้วยผู้แทนผู้ผลิตปิโตรเคมี เข้าร่วมเวทีเสวนา “สถานการณ์และความร่วมมือห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีไทย” นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศมีความผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค ส่งผลต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูลการค้า การติดตามสถานการณ์ตลาดโลก มาตรการดูแลผู้ประกอบการ และการประสานความร่วมมือ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ โดยการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเท็จจริง และมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างความร่วมมือให้ห่วงโซ่อุปทานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ำมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่ม ขึ้นถึง 50–70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา และเครื่องสำอาง ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบและการขนส่งพร้อมกัน สำหรับแนวทางการรับมือ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง Ecosystem ของ Supply Chain ประเทศไทย และการพัฒนาระบบบริหารจัดการและจัดทำสต็อกให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงการยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization)

Related Videos

More videos from AEC TV 1 CHANNEL